แหล่งข่าว หนังสือพิมพ์
ข่าวจากแหล่งต่างๆ หนังสือพิมพ์
วันอาทิตย์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2555
วันเสาร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2554
น้ำท่วม
"น้ำท่วม ดีกว่าฝนแล้ง" สงสัยใครร้องเพลงนี้ให้คนแถวอยุธยา หรือระแวกรอบกรุงฟังคงโดนแหงๆ ตอนนี้ภาวะน้ำท่วมเป็นภาวะแห่งชาติไปเสียแล้ว ภาครัฐตั้งศุนย์ ศปภ. มาก็ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาน้ำได้ ทุกครั้งที่บอกว่า รับได้ รับรองไม่ท่วม ผู้คนต้องตีความและเตรียมอพยพกัน การทำงานก็ไม่ค่อยประสานกัน เห็นบางท่านก็ออกมาประกาศป่าวๆๆ ให้คนตกใจ แล้วก็ออกมาใหม่ สุดท้ายก็อพยพ
น้ำเป็นสารเหลวที่ไม่มีรูปร่างเป็นของตนเอง คุณสมบัติเปลี่ยนแปลงตามภาชนะที่มันอยู่ และจะไหลจากที่ต่ำไปที่สูงเสมอ ความหนาแน่นของน้ำ น้ำ 1 ลิตร (1000 c.c.) มีน้ำหนัก 1 ก.ก. (ไม่รวมสิ่งเจือปนที่ผสมอยู่) น้ำ 1 ลบ.ม. หนัก 1ตัน นะครับ ลองคิดดูแล้วกันว่า แรงดันน้ำจะมากมายขนาดไหน แต่ไม่ได้หมายความว่ามันจะเท่ากับนำ้ำหนักน้ำทั้งหมดนะครับ มันก็คงแค่มวลน้ำบริเวณรอบๆเราเท่านั้น น้ำเมื่อมาถึงจุดที่มันกระทบ บวกกับความเร็วที่มันไหลมา ก็จะเกิดแรงกระแทกครับ ตามสูตร F=ma ว่าเข้าไปนั้น
ดังนั้น สังเกตว่าคันกั้นน้ำทั้งหลายที่อีกด้านมีเพียงไม้ค้ำยันคงเอาไม่ไหว บวกกับบางที่ใช้เพียงดินกั้นเท่านั้น คุณสมบัติดินก็อุ้มน้ำครับ เคยได้ยินดินไถลไหมครับ นั้นแระมันอุ้มจนไม่ไหวก็ไถลไง
เท่าที่สังเกตก็เห็นเพียง minibear เท่านั้นที่รู้หลักการ และเข้าใจน้ำ และดิน จึงเอาแรงดันน้ำ ดันแรงดันน้ำ และคอยสูบน้ำที่หลงมาออกตลอดเวลาด้วย ทำให้อยู่ได้ ณ ตอนนี้คงต้องเอาหนามยอกออกด้วยหนามบ่งละครับ แต่ถึงกระนั้นเถอะก็ต้องมีทางให้น้ำมันไหลไปด้วยนะครับ เพราะหากมันไม่ไหลไป ปริมาตรที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก็ไม่ได้หมายความว่า แรงดันน้ำด้านในจะรับไหว
กทม.ละจะรอดอย่างไร มันคงต้องหาสองอย่างให้เจอ คือ
1. ดันอย่างไง
2. ให้น้ำไหลไปทางไหน
มันก็เหมือนตัดขารักษาชีวิตแระครับ แต่เท่าที่มอง คันกั้นน้ำคงทำไม่ทันแน่นอน นั้นก็หมายถึงเรากั้นแบบ 100% ไม่ได้แน่นอน คาดว่าคงเข้า ชั้นใน อันนี่ผมคาดเดาไว้ ก็พยายามช่วยตัวเองแล้วกัน
ก็คงเหลือทางไหลของน้ำที่ต้องจัดการแล้วครับ ว่าจะให้ไหลไปทิศทางใด แต่เท่าที่สังเกตเห็น คงไปซ้ายขวา แต่มวลน้ำที่มากก็คงไม่พ้นวิ่งเข้าด้านใน เตรียมๆยกของได้แล้วครับ
น้ำเป็นสารเหลวที่ไม่มีรูปร่างเป็นของตนเอง คุณสมบัติเปลี่ยนแปลงตามภาชนะที่มันอยู่ และจะไหลจากที่ต่ำไปที่สูงเสมอ ความหนาแน่นของน้ำ น้ำ 1 ลิตร (1000 c.c.) มีน้ำหนัก 1 ก.ก. (ไม่รวมสิ่งเจือปนที่ผสมอยู่) น้ำ 1 ลบ.ม. หนัก 1ตัน นะครับ ลองคิดดูแล้วกันว่า แรงดันน้ำจะมากมายขนาดไหน แต่ไม่ได้หมายความว่ามันจะเท่ากับนำ้ำหนักน้ำทั้งหมดนะครับ มันก็คงแค่มวลน้ำบริเวณรอบๆเราเท่านั้น น้ำเมื่อมาถึงจุดที่มันกระทบ บวกกับความเร็วที่มันไหลมา ก็จะเกิดแรงกระแทกครับ ตามสูตร F=ma ว่าเข้าไปนั้น
ดังนั้น สังเกตว่าคันกั้นน้ำทั้งหลายที่อีกด้านมีเพียงไม้ค้ำยันคงเอาไม่ไหว บวกกับบางที่ใช้เพียงดินกั้นเท่านั้น คุณสมบัติดินก็อุ้มน้ำครับ เคยได้ยินดินไถลไหมครับ นั้นแระมันอุ้มจนไม่ไหวก็ไถลไง
เท่าที่สังเกตก็เห็นเพียง minibear เท่านั้นที่รู้หลักการ และเข้าใจน้ำ และดิน จึงเอาแรงดันน้ำ ดันแรงดันน้ำ และคอยสูบน้ำที่หลงมาออกตลอดเวลาด้วย ทำให้อยู่ได้ ณ ตอนนี้คงต้องเอาหนามยอกออกด้วยหนามบ่งละครับ แต่ถึงกระนั้นเถอะก็ต้องมีทางให้น้ำมันไหลไปด้วยนะครับ เพราะหากมันไม่ไหลไป ปริมาตรที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก็ไม่ได้หมายความว่า แรงดันน้ำด้านในจะรับไหว
กทม.ละจะรอดอย่างไร มันคงต้องหาสองอย่างให้เจอ คือ
1. ดันอย่างไง
2. ให้น้ำไหลไปทางไหน
มันก็เหมือนตัดขารักษาชีวิตแระครับ แต่เท่าที่มอง คันกั้นน้ำคงทำไม่ทันแน่นอน นั้นก็หมายถึงเรากั้นแบบ 100% ไม่ได้แน่นอน คาดว่าคงเข้า ชั้นใน อันนี่ผมคาดเดาไว้ ก็พยายามช่วยตัวเองแล้วกัน
ก็คงเหลือทางไหลของน้ำที่ต้องจัดการแล้วครับ ว่าจะให้ไหลไปทิศทางใด แต่เท่าที่สังเกตเห็น คงไปซ้ายขวา แต่มวลน้ำที่มากก็คงไม่พ้นวิ่งเข้าด้านใน เตรียมๆยกของได้แล้วครับ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

























